วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

Mobile phone Vs Me


โทรศัพท์มือถือ หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นอุปกรณ์สื่อสารอิเลคทรอนิคส์ลักษณะเดียวกับโทรศัพท์บ้านแต่ไม่ต้องการสายโทรศัพท์จึงทำให้สามารถพกพาไปที่ต่างๆได้ โทรศัพท์มือถือใช้คลื่นวิทยุในการติดต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยผ่านสถานีฐาน โดยเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือแต่ละผู้ให้บริการจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายของโทรศัพท์บ้านและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการอื่นๆ


โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนอกจากจะมีคุณสมบัติในการสื่อสารทางเสียงแล้วยังมีความสามารถอื่นอีกเช่นสนับสนุนการสื่อสารด้วยข้อความ เช่น SMS,การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต, การสื่อสารด้วยแบบ Multimedia เช่น MMS, นาฬิกา, นาฬิกาปลุก, นาฬิกาจับเวลา, ปฏิทิน, ตารางนัดหมาย, สเปรดชีต, โปรแกรมประมวลผลคำ, รวมไปถึงความสามารถในการรองรับแอปพลิเคชันของจาวาเช่น เกมส์ต่างๆได้ (วิกิพีเดีย)


เช่นเดียวกับความหมายข้างต้นเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีคุณสมบัติมากมายซึ่งล้วนแต่อำนวยความสะดวกให้มนุษย์ทั้งสิ้น ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่มีโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในยุคสมัยนี้ทุกคนก็คงจะทราบดีว่า มือถือมีความจำเป็นจนจะกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มนุษยืทุกคนจะต้องครอบครองก็เป็นได้ เมื่อสมัยฉันมีมือถือเป็นของตนเองก็เมื่อเรียนอยู่ชั้นม.4 ซึ่งถ้าจะเปรียบกับสมัยปัจจุบันก็คงจะถือว่าเชยมาก เพราะวัยรุ่นสมัยนี้มีมือถือเป็นของตนเองก็ตั้งแต่ชั้นประถมกันแล้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันก็เริ่มรู้สึกถึงความสำคัญของมือถือกับชีวิตของฉันมากขึ้น ฉันใช้มือถือในการพูดคุยติดต่อสื่อสารกับผู้คนหรือจะเป็นเพียงการส่งข้อความเท่านั้นในระยะแรก แต่เมื่อมาถึงในสมัยปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆรวมเข้ากับเครื่องมือถือ จึงทำให้เดี๋ยวนี้มือถือไม่ได้เป็นเพียงโทรศัพท์ธรรมดาๆ หากะเป็นกล้องถ่ายรูป เครื่องเล่นเพลง หรือแม้กระทั่งมีไว้เล่นเกมส์ก็ตาม สำหรับฉันก็เช่นเดียวกัน เดี๋ยวนี้ฉันถือว่ามืถือเป็นสิ่งจำเป็นมากทั้งในด้านการติดต่อสื่อสารและด้านการอำนวยความสะดวกหรือแม้กระทั่งการให้ความบันเทิง ฉันใช้มือถือฟังเพลง ในเวลาที่ไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นเพลงอื่นๆได้ นอกจากนี้ฉันก็ใช้มือถือในการถ่ายรูปเก็บภาพเหตุการณ์และความประทับใจต่างๆไว้ เพื่อเก็บไว้ดูในเวลาต่อไป ซึ่งฉันก็คิดว่าคนอื่นๆก็คงจะใช้มือถือถ่ายรูปเช่นกัน ในการทำงานหรือการเรียนมือถือก็มีประโยชน์กับฉันมาก เพราะเมื่อเวลาที่ฉันลืมเอาTalking Dict.มา ฉันก็สามารถเปิดหาคำศัพท์จากในมือถือได้ ส่วนในด้านวามบันเทิงอื่นๆ เช่น การเล่นเกมส์ หรือแม้จะเป็นการเล่นอินเทอร์เน็ต ฉันก็สามารถเล่นบนมือถือได้อย่างง่ายดาย

แต่อย่างไรก็ตามฉันคิดว่าการใช้โทรศัพท์มือถือนั้นผู้ใช้ควรรู้ขีดจำกัดในการคุยอย่างต่อเนื่อง เพราะจากข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการคุยโทรศัพท์นานนั้น โรคที่ตามมานั้นก็คงเป็นสื่งที่ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเองหรือคนใกล้ตัวแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีควรใช้อย่างพอดีและเหมาะสมแก่โอกาสนั้นๆ











เทคโนโลยีกับภาวะโลกร้อน!!!!!!!!!!!!




ถ้าคุณได้มีโอกาสเสนอความเห็นของคุณเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้ คุณคิดว่าจะนำเสนอเรื่องอะไรดี ผ่านทางช่องทางเทคโนโลยีไร้สายอย่างเช่นเว็ปบล็อกที่ผมใช้อยู่นี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะนำเสนอบทความที่ส่งผ่านมาจากความคิดของคุณให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลก สำหรับผมแล้ว เรื่องที่ผมอยากเสนอมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือประเด็นปัญหาโลกร้อนครับ ทำไมผมถึงอยากเสนอเรื่องโลกร้อนให้เพื่อนๆได้อ่านกัน ก็เพราะผมคิดว่าบล็อคของกลุ่มเรานั้นนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีล้วนๆ โดยส่วนใหญ่นั้นยกเอาความมหัศจรรย์ คุณสมบัติของเครื่องใช้ที่ทันสมัยนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา มือถือ หุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์รุ่นต่างๆ เป็นต้น มานำเสนอ ผมเพียงแค่อยากนำเสนอเรื่องที่แตกต่าง แน่นอนว่าเรื่องที่ผมยกมานี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ สำคัญและจำเป็นไม่น้อยกับชีวิตประจำที่เราสมควรจะต้องรับรู้ไว้เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี เพราะภาวะโลกร้อนนั้น ถ้ากล่าวกันตามจริงก็เป็นปัญหาที่เกิดจากเทคโนโลยีซะเป็นส่วนใหญ่


เอาล่ะครับ ถึงตอนนี้เราก็มารู้จักกับคำว่าภาวะโลกร้อนกันให้ดีขึ้นดีกว่านะครับ "ภาวะโลกร้อน หรือGlobal Warming"นั้น หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง(Climate change) ซึ่งภาวะโลกร้อนนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนและระดับน้ำทะเล และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อคน พืช และสัตว์ ซึ่งสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดนั้นก็มีที่มาจากมนุษย์เรานี่แหละครับ กิจกรรมหลายๆอย่างของมนุษย์ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นเช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง การตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนๆรู้มั้ยครับว่าผลกระทบที่จะเกิดนั้นรุนแรงแค่ไหน และตอนนี้มันก็เริ่มเกิดขึ้นกับโลกของเราแล้วด้วยล่ะครับ ที่เห็นได้ชัดๆเลยก็คือความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้น อุณหภูมิที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ บางทีความรุนแนงของผลที่จะเกิดอาจจะมีมากกว่านี้หลายเท่า ถ้าหากพวกเรายังปล่อยปละละเลยไม่สนใจ ทั้งที่เราเองก็สามารถที่จะหยุดมันไว้แค่นี้ได้นะครับ เพียงแค่เราลองหันมาใช้พลังงานทดแทน ประหยัดน้ำไฟ ใช้เท่าที่จำเป็น รักษาป่าที่มีอยู่ให้คงอยู่ต่อไปและร่วมกันปลูกใหม่ขึ้นมาทดแทน ใช้ก๊าซธรรมชาติแทนถ่านหินและน้ำมัน (เป็นไปได้ก็เปลี่ยนมาใช้จักรยานเลยดีกว่า)เพียงง่ายๆเท่านี้ล่ะครับ พวกเราก็สามารถที่จะช่วยร่วมลดปัญหาโลกร้อนลงได้แล้ว ก่อนที่อะไรๆจะสายไป เริ่มวันนี้ก็ยังไม่ช้าเกินไปนะครับ ก่อนที่จะไม่มีโลกที่ร่มเย็นให้เราอยู่กัน

GPS คืออะไร???











สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องที่รู้จักกันคนนึง ซึ่งน้องคนนี้เรียนอยู่ภาควิชาภูมิศาสตร์ ผมได้ถามน้องเค้าว่าเรียนอะไรมา น้องเค้าบอกว่าเรียนGPSกับRemote Sensingมา ด้วยความสงสัยในคำว่าGPSผมเลยถามน้องเค้าว่ามันคืออะไร เพื่อนๆหลายคนก็อาจจะสงสัยเหมือนผมก็ได้ วันนี้ผมเลยจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับไอ้เจ้าGPSนี่กัน มันคงจะทำให้เพื่อนๆทึ่งได้ไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะครับ




GPS (Global Positioning System) เป็นระบบเดียวในปัจจุบัน ที่สามารถ แสดงตำแหน่งที่อยู่ ที่แน่นอนว่าอยู่ ณ. ตำแหน่งใด บนพื้นโลกได้ทุกเวลา ทุกสภาพอากาศ ระบบนี้มีดาวเทียม 24 ดวง หมุนอยู่รอบโลก อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 20,200กิโลเมตรจากพื้นโลก ดาวเทียมเหล่านี้จะคอยส่งสัญญาณให้กับเครื่องลูกข่าย เพื่อบอกพิกัด ตำแหน่ง บนผิวโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงแรกการใช้งานนั้น GPS จะถูกจำกัดอยู่ในทางการทหาร แต่ต่อมาทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้สร้างและดูแลเครือข่ายดาวเทียมเหล่านี้ได้มีการให้ใช้งานในวงกว้างขึ้น เช่น ใช้ในระบบการขนส่ง การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การทำแผนที่ และในปัจจุบันในวงการท่องเที่ยวก็มีการนำ GPS มาใช้ในการเดินป่าอีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้น มือถือบางรุ่นบางยี่ห้อก็นำเอาไอ้เจ้าเทคโนโลยีGPSตัวนี้มาใส่ไว้เพื่อดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งความถูกต้องแม่นยำของตำแหน่งก็ขึ้นกับจำนวนดาวเทียมที่สามารถรับสัญญาณได้ในขณะนั้นและก็ขึ้นกับเครื่อง GPS ด้วย หากเป็นเครื่องที่มีราคาแพง (ซึ่งมักใช้เฉพาะงาน) ก็จะมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้นข้อมูลตำแหน่งที่ได้มานั้น ยังสามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมในเครื่อง GPS เพื่อบอกจุดบนแผนที่ และแสดงตำแหน่งของเราว่าอยู่จุดใดของแผนที่ได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นกับข้อมูลแผนที่ที่ติดมากับเครื่องด้วยว่ามีความแม่นยำเพียงใด โดยแผนที่พื้นฐานจะไม่ได้ติดตั้งมากับเครื่อง GPS ทุกรุ่น ซึ่งอาจจะต้องซื้อแยกจากตัวเครื่อง




เพื่อน ๆ ก็ได้รู้จักกันไปแล้วโดยพื้นฐานนะครับกับเจ้า GPS ซึ่งในปัจจุบันของประเทศเราที่ได้นำเอามาใช้ก็เช่นนักภูมิศาสตร์ และที่เห็นได้ง่ายมากๆคือ taxi ในกรุงเทพครับ และนักวางแผนระบบเครือข่ายต่าง ๆ ก็ต้องใช้ในงานวางอุปกรณ์ใหญ่ ๆ เพื่อให้บริการลูกค้าครับ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายมือถือ เครือข่ายไฮสปีดอินเตอร์เน็ต แล้วก็ลูกค้าบางกลุ่มที่ทีใจรักในการเดินป่า การท่องเที่ยว ทีนี้เราก็ไม่ต้องกลัวหลงแล้วล่ะครับ เพราะถ้าเรามีเจ้าเครื่องGPSนี่ติดตัวไว้ด้วย ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่เราก็สามารถรู้ตำแหน่งที่อยู่ของเราได้เสมอ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ราคาของเจ้าเครื่องGPSนี่สิครับ ถ้าระดับที่ใช้กันในทางภูมิศาสตร์หรือหน่วยงานแล้ว ราคาหลักหมื่นถึงหลักล้านครับผม แต่ตอนนี้มือถือบางรุ่นที่นำเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้มาใส่ ราคาตกอยู่ที่ประมาณ5000-15000ครับ สำหรับใครที่สนใจจริงๆก็สามารถหามาไว้ใช้ซักเครื่อง บางทีมันอาจจะมีประโยชน์กับเรามากเลยทีเดียวก็ได้




เอาล่ะครับ ทำความรู้จักันไปพอหอมปากหอมคอ คงจะเป็นประโยชน์บ้างล่ะน่า ไว้วันหน้าผมมีอะไรดีๆน่าสนใจจะนำมาเสนอให้เพื่อนๆได้อ่านกันอีกนะครับ ใกล้ๆสอบอย่างนี้เริ่มอ่านหนังสือกันได้แล้วนะครับเพื่อนๆ




โชคดี เกรดAครับ




เมาส์ที่อาจไม่เรียกว่าเมาส์อีกต่อไป



เม้าส์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์มานานเกือบ 40 ปี แต่ล่าสุด บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ คาดว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีสั่งการเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อาจใช้วิธีจิ้มนิ้วไปที่หน้าจอ หรือ ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้ใช้งาน
นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ มองว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจใช้ได้ดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อให้ความบันเทิงในบ้าน หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพา การกดปุ่มคำสั่งโดยใช้วิธีลากเม้าส์จะหมดความหมายไปในทันที
หลายบริษัทกำลังปรับปรุงรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีสายเม้าส์มาคอยควบคุมให้ยุ่งยาก เช่น บริษัทไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบจอสัมผัส หรือ ทัช สกรีน เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าจอ ก็สามารถควบคุมการใช้งานของเครื่องได้แล้ว คอมพิวเตอร์บางเครื่อง แค่ให้ผู้ใช้งานครอบอุปกรณ์บางอย่างบนศีรษะ แล้วใช้วิธีสั่งเครื่องโดยการคิด
นอกจากเม้าส์คอมพิวเตอร์แล้ว อุปกรณ์รีโมทคอนโทรล ก็มีแนวโน้มจะใช้งานน้อยลงเช่นกัน เพราะล่าสุด พานาโซนิก ได้พัฒนาโทรทัศน์ให้จดจำใบหน้าของผู้ใช้งานเอาไว้ เมื่อต้องการเปิดโทรทัศน์ ก็แค่ไปยืนหน้าจอ จากนั้น จะมีเมนูช่องต่างๆ ผุดขึ้นมาให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงแค่ขยับมือ โทรทัศน์ก็จะเปลี่ยนช่องให้ตามที่เลือกไว้ ส่วนโซนี่ และแคนนอน ก็กำลังพัฒนากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายรูป ให้ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้คนให้ได้เช่นกัน บางรุ่นตั้งโปรแกรมจะถ่ายภาพเฉพาะคนยิ้มเท่านั้น ถ้าไปเจอคนกำลังยิ้ม กล้องก็จะถ่ายภาพเองโดยอัตโนมัติ
เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดนิ่ง พัฒนาตัวเองไปอย่างต่อเนื่อง และในสังคมมนุษย์เองการเข้าถึงเทคโนโลยีซึ่งเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งมีความไม่เท่าเทียมกัน ดูเหมือนยิ่งพัฒนาเท่าไหร่ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำจะยิ่งกว้างขึ้น ตัวอย่างเช่น เรื่องของเมาส์ที่นำเสนอข้างต้น ในประเทศที่พัฒนาแล้วอาจจะเลิกใช้จริงในเวลาไม่ช้านี้ เพราะตกรุ่น ขณะที่บ้านเราหรือประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศยังมีใช้ไม่ทั่วถึง

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

ศูนย์กลางธารน้ำใจบนโลก IT


มูลนิธิกระจกเงา ในความคิดของผมนั้น เปรียบเสมือนชมรมอาสาพัฒนาของประเทศไทยเลยทีเดียวการเกิดขึ้นของเว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ และหาแนวร่วมในการร่วมกันพัฒนาสังคม เหมือนที่เป็นเป้าหมายของชมรมอาสาโดยทั่วไปแต่มูลนิธิกระจกเงา ก็เป็นสื่อกลางในการสะท้อนให้สังคมได้เห็นเรื่องราวในแง่มุมต่างๆ ที่ยังรอผู้คนเข้าไปสัมผัส รับรู้
จากการเป็นสื่อสะท้อนเรื่องราว พัฒนาเติบใหญ่ขึ้นเป็นแหล่งข้อมูล เป็นสถานที่ให้คำแนะนำในการที่จะให้ข้อมูลกับกลุ่มคนที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งตัวผมเองก็ได้ใช้ข้อมูลจากการที่ได้เข้าไปชมเว็บไซต์ของมูลนิธิกระจกเงา เป็นแนวทางในการทำงานกับชมรมอาสา จากคำแนะนำของสมาชิก และของบุคคลอื่นที่เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เราเห็นถึงอีกด้านของสังคมที่รอเราอยู่
ธารน้ำใจแห่งความช่วยเหลือ ผนวกกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ย่อมเกิดเป็นพลังแห่งความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่..
"..เราเป็นกลุ่มคนที่มีหัวใจอาสาสมัคร หัวใจของหนุ่มสาวที่อยากเห็นสังคมที่งดงาม เราแสวงหาความหมายการมีชีวิตอย่างมีคุณค่า เราเชื่อว่าการทำงานเพื่อสังคมไม่ใช่ความฝันแต่เป็นการทำงานบนโลกแห่งความเป็นจริงขอเพียงเรากล้าคิด และลงมือปฏิบัติ...สิ่งที่เราทำ เราทำงานอยู่ในภาคเมืองและชนบท เราปรากฏตัวเป็นเงาของปัญหาสังคมเราเป็นกระจกเงาสะท้อนเรื่องราวความเป็นจริงที่คนบางกลุ่มอาจมองไม่เห็น เราขออาสาสะท้อนเรื่องราวเหล่านั้น...."
สมบัติ บุญงามอนงค์
ประธานมูลนิธิ

Walkman ที่เป็นมากกว่าเครื่องเล่น MP3!!!



ภายใต้โลโก้ Walkman ของโซนี่ ที่ได้กระชากความสนใจของวัยรุ่นเมื่อหลายปีก่อน จนเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า วันรุ่นหลายคนต่างอยากที่จะเป็นสาวกของอารยธรรมWalkman ซึ่งในปัจจุบัน อารยธรรมiPod ก็ได้เข้าครอบงำวัยรุ่น โดยที่แทบจะล้มล้างอารยธรรมWalkman กันเลยทีเดียว
ซึ่งโดยส่วนตัวของผมแล้ว ต้องยอมรับเลยว่า เป็นหนึ่งในสาวกของอารยธรรม Walkman ตั้งแต่เริ่มเล่นดนตรีเมื่อตอนมัธยมต้น ตั้งแต่เครื่องเล่นเทป ,เครื่องเล่น CD มาจนถึงเครื่องเล่น MP3 เพื่อใช้ในการฟังเพลง หรือเรียกอีกอย่างเพื่อเพิ่มอรรถรสคือ การเสพเพลง
เมื่อ iPod ปรากฏกายขึ้น ก็ย่อมเกิดอาการนอกใจขึ้นบ้าง โดยเกิดอาการถวิลหา ด้วยรูปลักษณ์ที่ผอม เพรียว ขาวสวย ของ iPod (รุ่นหลังๆ ที่ไม่ใช่ iPod รุ่นแรกๆ) จึงแทบที่จะทิ้งWalkman อันเดิมที่ใหญ่เทอะทะ !!!!
แต่เมื่อได้หยิบยืม iPod จากเพื่อนๆ มาลองฟังเพลงดูแล้ว ในแง่ความสะดวก สบาย ความทันสมัย ลูกเล่น การทำงานของ iPod นั้น ให้คะแนนเต็มเลยแต่ด้วยความไม่คุ้นเคยกับเสียงที่ขับมาจากตัว iPod ก็เลยกลับมาตายรังที่ เจ้า Walkman ค่าย Sony เหมือนเดิม
เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสครอบครอง เจ้าเครื่องเล่นใหม่ของ Sony คือ Walkman ที่พัฒนาจากเครื่องเล่น MP3 เป็น Media Player คือสามารถเล่น MP3 Video แสดงรูปภาพ ....ซึ่งเรียกได้ว่าเลียนแบบ iPod มาเป๊ะๆ
แต่ก็อย่างที่บอก ผมหลงใหลในพลังเสียงของ Sony มากกว่า iPod เจ้า Walkman เครื่องใหม่นี้จึงกลายมาเป็นของติดตัวผมไปในทุกที่ ใช้ฟังเพลง แกะเพลงเพื่อเล่นดนตรี.....แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันทุกเวลา..


ทั้งนี้ก็ไม่ได้เชียร์ว่า Sony ดีกว่า iPod เพราะมันขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่า
เพราะยังไงแล้ว เจ้าเครื่องเล่นเหล่านี้ ก็อยู่เป็นเพื่อนเราทุกเวลา ตราบที่แบตมันยังไม่หมด!!


เข้าไปดูหน้าตา ความสามารถ กันได้นะครับ ราคาก็ 5000 กว่านิดๆ อีกรุ่นก็มี Bluetooth ด้วย (ไม่รู้จะมีทำไม?)

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

MYSPACE.COM World of Music!!!!




หัวข้อนี้ จะมาเสนอเว็บที่เป็นเหมือนศูนย์กลางคลังดนตรีโลก ที่ไม่จำกัดค่ายใดๆmyspace นั้นเป็นเสมือนทางออกของกลุ่มคนทำดนตรีที่ต้องการสื่อกลางในการเผยแพร่งานดนตรีของตนและสร้างสังคมของคนดนตรี แฟนเพลง หรือกลุ่มคนที่ชื่นชอบในการเสพดนตรีที่ไม่จำกัดค่าย

ในตอนแรกที่ได้พบกับ myspace ในเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรี ก็คิดว่าคงเป็นเว็บไซต์ที่เหมือน Blog ของวงดนตรีนั้นๆแต่พอได้เข้าไปดู ก็พบว่า นี่คือแหล่งการเสพดนตรีชั้นดี เราสามารถเข้าไปฟังเพลงจากวงดนตรีต่างๆมากมาย บางวงมีแฟนเพลง ผู้ชื่นชอบเข้ามาฟังเพลงของพวกเขาเป็นหมื่นๆครั้ง เราสามารถพูดคุยหรือให้กำลังใจ ติชมกับเจ้าของผลงานรับทราบถึงข่าวสารการได้โดยผ่านเว็บไซต์

วงดนตรีที่โด่งดังมากมาย ก็มีบางวงที่แจ้งเกิดจาก Myspace.com ดังเช่นวง OneRepublic เจ้าของบทเพลง Apologize ซึ่งเพลงของพวกเขาใน myspace โด่งดังมาก จนเข้าตาบริษัทใหญ่ได้ออก CD จนโด่งดังไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม myspace.com ก็ได้เป็นช่องทางที่สามารถสร้างการละเมิดลิขสิทธิ์ทางบทเพลงได้ จากการโหลดเพลง ,copyเพลง หรือนำเพลงของพวกเขาไปจัดจำหน่าย ซึ่งกรณีเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะมีมโนสำนึกต่อการเสพดนตรีมากเท่าไหร่
http://www.myspace.com/onerepublic เข้าไปชมกันได้นะครับ
http://www.myspace.com/electricneonlamp อันนี้วงของเพื่อนๆครับ